จับต่อเนื่อง! ตำรวจท่องเที่ยวตามจับหนุ่มเมืองกาญจน์ตุ๋นเหยื่อสูญเงิน 5 ล้าน คารีสอร์ตในสุพรรณบุรี

จับต่อเนื่อง! ตำรวจท่องเที่ยวตามจับหนุ่มเมืองกาญจน์ตุ๋นเหยื่อสูญเงิน 5 ล้าน คารีสอร์ตในสุพรรณบุรี

ตำรวจท่องเที่ยวตามจับหนุ่มเมืองกาญจน์คารีสอร์ตในสุพรรณบุรี หลังก่อเหตุแชทลวงเหยื่อให้โอนเงินสูญไปกว่า 5 ล้านบาท โดยอ้างว่าญาติเหยื่อเกิดอุบัติเหตุต้องชดใช้เงินให้คู่กรณี

พลตำรวจโท เชษฐา โกมลวรรธนะ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แถลงผลการจับกุมตัวนาย สนธยา พลอยเจริญ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลตลิ่งชันในข้อหา "ฉ้อโกง" ได้ที่บริเวณรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ภายในอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า คนร้ายรายนี้มีพฤติการณ์หลอกลวงด้วยการแชท หรือโทรศัพท์ไปหาเหยื่อ โดยออกอุบายอ้างว่า ตนเองเป็นญาติ หรือคนสนิทของคู่กรณี ที่ญาติของผู้เสียหายได้มาชนจนได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งให้ผู้เสียหายช่วยโอนค่ารักษาพยาบาลให้คู่กรณีด้วย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงทำให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินไปให้ตามที่คนร้ายอ้าง จนทำให้ผู้เสียหายถูกหลอกจำนวนหลายราย มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท ทางตำรวจท่องเที่ยวจึงได้นำกำลังลงพื้นที่สืบสวนจนทราบเบาะแสว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้พักอาศัยอยู่บริเวณรีสอร์ตดังกล่าว และได้ไปเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่งของคืนที่ผ่านมา ได้พบผู้ต้องหากำลังเดินอยู่บริเวณรีสอร์ตแห่งนี้ จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนนำไปค้นห้องพัก ก็พบของกลางจำนวนหลายรายการ จึงได้ยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวผู้ต้องหามาสอบสวน เบื้องต้น ทางผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ

ทั้งนี้ ทางตำรวจท่องเที่ยวจึงได้แจ้งข้อหา "ฉ้อโกง" กับผู้ต้องหารายนี้ ก่อนจะสืบสวนขยายผล ว่ามีผู้อื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ หากพบก็จะดําเนินการตามกฎหมายทันที นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรยังพบว่า ผู้ต้องหามีหมายจับค้างเก่าอีก 5 หมาย จึงได้ประสานไปตามโรงพักเจ้าของคดีให้มาอายัดตัว เพื่อดำเนินคดีต่อไป

สำหรับคดีนี้ ทางตำรวจท่องเที่ยวได้รับนโยบายจากพลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินกวดขันปราบปรามอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในหลายรูปแบบ ซึ่งมีการขยายตัวเป็นวงกว้าง และสลับซับซ้อนมากขึ้น ด้วยมีการนําเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทําผิด รวมทั้งคดีที่บุคคลต่างชาติมีส่วนร่วมกระทําผิดด้วย ตลอดจนการดูแลความปลอดภัยให้กับนักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม ทางผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ระบุว่า หากประชาชนท่านใดพบเห็นการกระทําผิดในลักษณะเช่นนี้ สามารถแจ้งเบาะแสมาที่สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

โพสต์เมื่อ :
2562-10-09
 162
ผู้เข้าชม
 | 
 0
ความเห็น

แสดงความคิดเห็น

captcha
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์